노키즈존
พื้นที่ปลอดเด็ก โนคิจึโซนโนคิซโซน (No Kids Zone)
การออกเสียง
โน-คิ-ซ-โซน (No-ki-s-zone)
ช่วงเวลาที่ได้รับความนิยม
คำว่า 'โนคิซโซน' เริ่มใช้ประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2014 โดยมีที่มาจากการที่เด็กเล็กประสบอุบัติเหตุในร้านอาหารหรือคาเฟ่ ทำให้เจ้าของร้านต้องชดใช้ค่าเสียหายจำนวนมากเนื่องจากความประมาทเลินเล่อ ดังนั้น ร้านค้าจึงเริ่มจำกัดการเข้าใช้บริการของเด็กเพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าว ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ปี 2020 มีการคาดการณ์ว่าแนวคิดนี้อาจจะลดความสำคัญลงชั่วคราวเนื่องจากยอดสั่งกลับบ้านเพิ่มขึ้น แต่การถกเถียงเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังคงดำเนินต่อไปแม้หลังจากการสิ้นสุดของโควิดในปี 2022-2023
ความหมาย
โนคิซโซน หมายถึง 'พื้นที่จำกัดการเข้าใช้บริการของเด็ก' ตรงตามตัวอักษร โดยทั่วไปแล้ว ร้านอาหาร คาเฟ่ และสถานที่อื่น ๆ จะติดป้ายประกาศว่า 'ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า n ปี และนักเรียนประถมเข้า' เพื่อจำกัดการเข้าใช้บริการของเด็ก แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากปัญหาที่เจ้าของร้านต้องรับผิดชอบมากเกินไปเมื่อเกิดความวุ่นวายหรืออุบัติเหตุจากเด็กบางคน รวมถึงสถานการณ์ที่ลูกค้าคนอื่นได้รับผลกระทบจากผู้ปกครองบางคนที่ดูแลบุตรหลานไม่ดี
กลุ่มผู้ใช้งาน
ปรากฏการณ์ 'โนคิซโซน' ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มอายุหรือเพศใดเพศหนึ่ง แต่เป็นประเด็นที่ถูกถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคมโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลาน เจ้าของกิจการ และลูกค้าผู้ใหญ่ทั่วไป ซึ่งมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันและมีการพูดคุยกันอย่างกระตือรือร้น จากการสำรวจในปี 2023 พบว่าผู้ใหญ่ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป 73% มีทัศนคติเชิงบวกต่อการอนุญาตให้มีโนคิซโซน และแม้แต่ในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานวัยประถมหรือต่ำกว่า 76% ก็มองว่าสาเหตุของการแพร่หลายของโนคิซโซนเป็นความรับผิดชอบของผู้ปกครองเอง แสดงให้เห็นถึงความสนใจจากหลากหลายกลุ่ม
ตัวอย่างการใช้งาน
ร้านค้าหลายแห่งติดป้ายประกาศหน้าร้าน เช่น 'ร้านนี้ไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีเข้า' เพื่อแจ้งให้ทราบว่าเป็นโนคิซโซน วิธีการจำกัดการเข้าใช้บริการตามช่วงอายุนี้ได้ถูกนำไปปรับใช้ในรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น 'โนยูธโซน' (ห้ามวัยรุ่น), 'โนสตั๊ดดี้โซน' (ห้ามกลุ่มที่มานั่งเรียน/ทำงานในคาเฟ่), 'โนฮิปจิลโซน' (ห้ามแฟนเพลงฮิปฮอป), 'โนอาจแจโซน' (ห้ามชายวัยกลางคน), 'โนทูเบอร์โซน' (ห้ามยูทูบเบอร์), 'โนทังฮูลูโซน' (ห้ามนำทังฮูลูเข้า)
ข้อควรระวังในการใช้งาน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้วินิจฉัยว่าโนคิซโซนเป็นการกระทำที่เลือกปฏิบัติ แม้ว่าจะไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็เป็นประเด็นถกเถียงทางสังคมเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติ ดังนั้น ร้านค้าที่ดำเนินกิจการแบบโนคิซโซนอาจเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิเด็กและการซ้ำเติมปัญหาอัตราการเกิดต่ำ นอกจากนี้ การรับลูกค้าเข้ามาแล้วค่อยมาจำกัดการเข้าใช้บริการโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งกับลูกค้าได้ บางคนอาจทำการ 'โนโชว์' (ไม่มาตามนัด) เพื่อตอบโต้ร้านค้าที่เป็นโนคิซโซน ซึ่งอาจถือเป็นการขัดขวางการดำเนินธุรกิจและนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายได้ จึงควรระมัดระวัง
ยังไม่มีความคิดเห็น
ต้องการฟีเจอร์เพิ่มเติมไหม?
ติดตั้งแอป KMeme และสนุกกับแบบทดสอบ การกดถูกใจ ความคิดเห็น และอีกมากมาย!