KMeme KMeme
KMeme เทรนด์
2018

워라밸

สมดุลชีวิตและการทำงาน
วอราแบล
0
0

ช่วงเวลาที่ได้รับความนิยม

คำว่า '워라밸' (วอ-รา-แบล) เป็นคำย่อมาจาก 'Work and Life Balance' (เวิร์ก แอนด์ ไลฟ์ บาลานซ์) ซึ่งเริ่มใช้เป็นคำใหม่ในเกาหลีอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2017 แนวคิดนี้แพร่หลายมากขึ้นในปี 2017 เมื่อกระทรวงการจ้างงานและแรงงานได้ประกาศ '10 ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปการทำงานเพื่อส่งเสริมความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัว และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน' และในปี 2018 เมื่อระบบการทำงาน 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เริ่มนำมาใช้ทีละขั้นตอน 'Work-Life Balance' ก็กลายเป็นประเด็นทางสังคมที่สำคัญควบคู่ไปกับแนวคิด 'ชีวิตที่มีเวลาช่วงเย็น' ในปี 2018 หนังสือ 'Trend Korea' ยังได้ระบุว่าพนักงานออฟฟิศในวัย 20 กว่าปีที่เกิดระหว่างปี 1988 ถึง 1994 เป็น 'คนรุ่น Work-Life Balance'

ความหมาย

'워라밸' หมายถึง 'ความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว' แนวคิดนี้ปรากฏขึ้นครั้งแรกในปลายทศวรรษ 1970 ในการเคลื่อนไหวของแรงงานหญิงในสหราชอาณาจักร โดยใช้เพื่อสื่อถึงการเสริมสร้างระบบคุ้มครองมารดา เช่น การลาคลอด การลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร และระบบเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น เพื่อให้ผู้หญิงสามารถจัดการทั้งงานและครอบครัวได้ ต่อมาในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 1986 แนวคิดนี้ได้พัฒนาไปสู่ความหมายของการปรับเวลาทำงานของพนักงานทุกคนให้เหมาะสมที่สุด โดยไม่คำนึงถึงเพศหรือสถานภาพการสมรส เพื่อให้สามารถรักษาสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตที่บ้านได้ ในช่วงแรกเน้นการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างงานและครอบครัว แต่ค่อยๆ ขยายไปสู่แนวคิดที่ครอบคลุมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต

การออกเสียง

วอ-รา-แบล (Wo-ra-bael)

กลุ่มเป้าหมาย

'워라밸' ถือเป็นค่านิยมที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับพนักงานออฟฟิศในวัย 20 กว่าปีที่เกิดในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ถึงต้นทศวรรษ 1990 ซึ่งถูกเรียกว่า 'คนรุ่น Work-Life Balance' พวกเขามักจะให้ความสำคัญกับการรับประกัน Work-Life Balance พอๆ กับเงินเดือนเมื่อเลือกอาชีพ อย่างไรก็ตาม ในสังคมปัจจุบันที่การทำงานหนัก การได้รับคำสั่งงานหลังเลิกงาน และการทำงานล่วงเวลาบ่อยครั้ง ทำให้ชีวิตส่วนตัวหายไป Work-Life Balance จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกงานหรือบริษัทสำหรับพนักงานออฟฟิศทุกเพศทุกวัย ทำให้เกิดความเห็นพ้องต้องกันในวงกว้างในหมู่พนักงานออฟฟิศทุกช่วงอายุ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • "บริษัทนี้ลือกันว่ามี Work-Life Balance ที่ดี เลยกำลังคิดจะเปลี่ยนงานอยู่ครับ/ค่ะ"
  • "คนรุ่นใหม่สมัยนี้ดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance มากกว่าเงินเดือนนะ"
  • "ต้องขอบคุณระบบการทำงาน 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ที่ทำให้เรามีชีวิตที่ได้ใช้เวลาช่วงเย็น หรือก็คือ Work-Life Balance นั่นเอง"
  • "เคยคิดว่าข้าราชการคือสุดยอดแห่ง Work-Life Balance แต่จริงๆ แล้วก็มีหลายกรณีที่ไม่ใช่แบบนั้น"
  • "นอกจาก Work-Life Balance แล้ว ยังมีคำว่า 'สราแบล' (Study and Life Balance) เกิดขึ้นมาด้วย"

ความสำคัญ

ความสำคัญของ Work-Life Balance สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงค่านิยมในสังคมที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตส่วนตัวมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงความสำเร็จในหน้าที่การงานเท่านั้น การมี Work-Life Balance ที่ดีช่วยให้พนักงานมีความสุข สุขภาพจิตดีขึ้น และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวบุคคลและองค์กร

ความคิดเห็นยอดนิยม
0

ยังไม่มีความคิดเห็น

ต้องการฟีเจอร์เพิ่มเติมไหม?

ติดตั้งแอป KMeme และสนุกกับแบบทดสอบ การกดถูกใจ ความคิดเห็น และอีกมากมาย!

ดาวน์โหลดจาก App Store ดาวน์โหลดจาก Google Play